Monday, May 30, 2011

[บทนำ] My Lovely Super Star : แฟนฉันเป็นซุปเปอร์สตาร์ค่ะ

My lovely Super Star : แฟนฉันเป็นซุปเปอร์สตาร์ค่ะ

          “เชื้อฃาติและภาษา มันไม่ใช่อุปสรรคหรอก ปัญหาใหญ่ก็คือว่า เธอรักเขาหรือ
เปล่า ถ้าคำตอบของเธอคือ ใช่ เธอรักเขา จงทำตามหัวใจของเธอ”

บทนำ

          ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมมัคคุเทศก์ถึงได้ย้ำตลอดทุกๆครั้งที่ลงจากรถว่าให้รักษา
เวลา ตอนนี้ฉันเข้าใจอย่างท่องแท้เลย เพราะฉันกำลังวิ่งเป็นคนบ้าไล่ตามรถบัสของ
คณะทัวร์ให้ทัน >o<

          ให้ตายสิ ไม่มีใครสักคนบนรถนึกถึงฉันเลยหรือไงนะ แต่มันก็สมควรอยู่
หรอกฉันมาคนเดียว แถมไม่ทักทายคุณลุงคุณป้าในกรุ๊ปเลยสักคน สมควรแล้วที่
จะถูกทิ้งไว้คนเดียว TT-TT

          ฉัน เกรซ วีรกิจไพศาล สาวไทยหัวใจเกาหลี ฉันเก็บเงินค่าขนมมาทั้งปี
เพื่อมายังประเทศเกาหลี เพื่อมาชมคอนเสิร์ตของวงโปรดในดวงใจของฉัน แต่
ด้วยงบที่ไม่พอก็เลยต้องมากับกรุ๊ปทัวร์คนแก่ที่ฉันขอติดสอยหอยท้ายมาด้วย

          หลังจากมาถึงโซล มัคคุเทศก์ท้องถิ่นก็ปล่อยให้ชาวคณะทัวร์ได้ลงเดิน
สำรวจตลาดมยองดง แหล่งช้อปปิ้งที่เปรียบได้กับสยามสแควร์ของบ้านเราดีๆ
แห่งหนึ่ง เป้าหมายของฉันก็คือร้านขายของสะสมของศิลปินเกาหลี ทันทีที่เข้า
ไปภายในร้านฉันก็ดำดิ่งเข้าสู่โลกของศิลปินคนโปรดของฉัน สินค้าต่างๆมาก
มายไม่ว่าจะเป็นแก้วน้ำที่สกรีนใบหน้าศิลปิน นาฬิกาปลุกที่มีภาพของนักร้อง
คนโปรด และสินค้าหลายชนิดที่ร้านขายของที่ระลึกแถวสยามบ้านเราไม่มีขาย
ฉันเลือกซื้อสินค้าฝากเพื่อนตามรายชื่อที่ฝากฝังกันมาจนมารู้ตัวอีกทีคือโทรศัพท์
มือถือในกระเป๋าสั่นเตือนเป็นครั้งที่สิบ =_=; จะสั่นทำไมนักว้า

          แย่แล้ว!! OoO เลยเวลาที่ไกด์นัดมาจะครึ่งชั่วโมงแล้ว ฉันรีบหอบสินค้า
ในตะกร้าไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ กว่าพนักงานจะคิดเงินและห่อของ
ให้ฉันเสร็จกินเวลาไปอีกเกือบครึ่งชั่วโมงได้ คุณลุงคุณป้าโวยวายกันแย่แล้วแน่ๆ
เลยป่านนี้ แต่ยังไงทุกคนก็ต้องรอฉันเพราะลูกทัวร์ต้องไปด้วยกันจนจบทริป

          เอ๊ะ!! O_O; นั่นมัน...รถบัสคณะทัวร์ของฉัน กำลังวิ่งผ่านหน้าฉันไป คุณ
ลุงคุณป้าบนรถนั่งปรบมือร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน อะไรกัน ไม่มีใครรอ
ฉันเลยเหรอ!! เอายังไงดีละฉันทีนี้

          ฉันหันไปมองซ้ายมองขวา ก่อนรีบจะลากกระเป๋าเสื้อผ้าและถุงของที่
ระลึกไปฝากร้านขายของริมทางก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ แล้วก็
ออกวิ่งไล่กวดรถบัสทันที หนอยจะทิ้งฉันไว้ที่นี่ไม่ได้นะ

          ฉันวิ่งสุดแรงเกิด ชาวเกาหลีที่เดินผ่านไปมาต่างพากันมองฉันที่วิ่งราว
กับคนบ้าบนท้องถนน และโชคดีเป็นของฉันเพราะตอนนี้รถวิ่งออกมายังถนนเส้น
ที่ไม่ค่อยมีรถวิ่ง และรถที่สัญจรบนท้องถนนก็สังเกตเห็นผู้หญิงประสาทเสียคน
หนึ่งวิ่งไล่กวดรถบัสแบบเฉินหลงในหนังวิ่งสู้ฟัด จึงพากันเลี่ยงแทนการทับฉัน
ให้แบนติดท้องถนนแทน แต่แล้ว...

          พลั่ก!!

          ใครมันบังอาจวิ่งมากระแทกฉันวะ! เจ็บนะโว้ย! ถ้าฉันตามรถบัสไม่ทัน
แล้วถ้าฉันพลาดการไปดูคอนเสิร์ตวงโปรดในดวงใจนะ ฉันจะด่าให้สติแตกเลย
คอยดูสิ ฮือ TT^TT

-----------------------------------------------------------------------------------------------------

"ไวโอลินสีแดง" says : เรื่องนี้เป็นผลงานใหม่ล่าสุดเลยค่ะ...
เพิ่งปั่นเสร็จไปได้เท่านี้....ก็เลยอยากลองเอาลงให้อ่านกันดูเล่นๆค่ะ...
ถ้ายังไงแล้วรบกวน ติ-ชมกันหน่อยนะคะ...^-^...

Sunday, May 29, 2011

[เรื่องย่อ] รถด่วนขบวนสุดท้าย

รถด่วนขบวนสุดท้าย

เมื่อหมอดูยิปซีสาวผู้ทำนายทายทักได้แม่นราวกับจับวางทำนายไว้ว่า  หากเธอไม่แต่ง
งานภายในอายุสามสิบปี เธอจะต้องขึ้นคานไปตลอดชีวิต  สาวโสด  สวย  หุ่นดีอย่างเธอก็เลย
ต้องวิ่งไล่ไขว่คว้าตามหาชายหนุ่มผู้จะมาเป็นเนื้อคู่ตุนาหงัน  เขาซึ่งเป็นแฟนเก่าอดไม่ได้ที่จะ
เตือนสติเธอ  แต่ใครจะสน  คนขึ้นคานคือเธอไม่ใช่เขา  ปฏิบัติการไล่ล่ารถด่วนขบวนสุดท้าย
จึงเริ่มต้นขึ้นโดยมีเส้นตายคือวันที่เธออายุสามสิบปีพอดี

เรื่องย่อ
                โรส  สาวโสดวัยยี่สิบเก้าปีผู้มุ่งมั่นเอาการเอางานจนมองข้ามเรื่องการมีชีวิตคู่  หลัง
จากเลิกรากับ  นัท  แฟนเก่าไปเมื่อหลายปีก่อนเธอก็หันหลังให้ชายหนุ่มที่เข้ามาในชีวิตด้วย
การปรนเปรอตัวเองด้วยเสื้อผ้า  รองเท้า  เครื่องประดับราคาแพง  และอาหารอันโอชะ  และ
มุ่งมั่นให้กับการทำงานที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่

                แต่แล้วชีวิตของเธอก็พลิกผัน  เมื่อรุ่นน้องที่แผนกชวนเธอไปหาเพื่อนเก่าที่เป็น
หมอดูยิปซีที่เลื่องชื่อว่าทำนายทายทักได้แม่นยำราวกับเป็นคนกำหนดชะตาชีวิตให้แก่
คนๆนั้นเอง  โอปอลล์แม่หมอสาวพราวเสน่ห์ทำนายไว้ว่า หากเธอไม่แต่งงานภายในอายุ
สามสิบปี เธอจะต้องขึ้นคานไปตลอดชีวิต  ราวกับฟ้าผ่า!  โรสเห็นท่าจะไม่ได้การจึงตัด
สินใจขอไปแผนกการจัดการซึ่งจะได้พบและติดต่อกับคนมากหน้าหลายตา

                สิ่งที่เธอไม่คาดคิดอีกอย่างก็คือ  เธอได้ย้ายไปยังแผนกที่เธอต้องการ  แต่เป็น
สาขาที่  นัท แฟนเก่าของเธอทำงานอยู่ที่นั่น  ในเมื่อเป้าหมายคือหาหนุ่มมาแต่งงานด้วย
ให้ได้  แล้วเธอจะสนใจนัททำไม  แต่วันแรกที่แผนกใหม่คนแรกที่มาต้อนรับก็คือคนที่
เธอไม่อยากเจอมากที่สุด  ทำให้  เจ้เจน  หัวหน้าแผนกสาวสุดสวยสงสัยในความ
สัมพันธ์ของคนทั้งสอง  แล้วโรสก็เผลอหลุดปากให้นัทและเจ้เจนรู้จนได้ว่า  เหตุผลที่
ย้ายแผนกคือมาการตามหาเนื้อคู่

                เป้าหมายคนแรกของโรสคือ  คุณรังสิต  นักธุรกิจชื่อดังและเป็นเจ้าของคอนโด
หรูกลางกรุง  ที่เข้ามาติดต่อกับบริษัทเพื่อให้จัดการหาลูกค้ามาเช่าห้องพัก  คุณรังสิตเอง
ก็ถูกใจในตัวของโรสเช่นกัน  แต่ข้อเสียของคุณรังสิตก็คือ  แก่  และหัวล้าน  โรสจึง
ปฏิเสธที่จะแต่งงานกับคุณรังสิตเพราะรับไม่ได้ที่จะต้องมีสามีแก่และหัวล้าน

                เป้าหมายที่สอง  สาม  และสี่ค่อยๆทยอยตามมา  ไม่ว่าจะเป็น  โจ  แดนเซอร์
นุ่มอนาคตไกล  แต่แล้วชายหนุ่มก็เลือกวิ่งไล่ความฝันและขอให้โรสรอชายหนุ่ม
กลับมา  แต่เธอรอไม่ได้แล้วเมื่อคานทองใกล้เข้ามาแล้วทุกที

                นัทตัดสินใจเสนอตัวเองเพื่อแต่งงานกับโรส  แต่เธอปฏิเสธเขาอย่างไร้เยื่อใย
เพราะยังเจ็บปวดเมื่อคิดถึงเรื่องราวที่เขาหักหลังเธอเมื่อสมัยที่คบกันอยู่

                เอก  ชายหนุ่มหล่อ  ช่างภาพอิสระผู้กำลังตกงานคือเป้าหมายที่สาม  แต่แล้ว
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ใช่เนื้อคู่ของเธอ  เมื่อเขาขอยืมเงินเธอไปลงทุนทำธุรกิจแต่แล้ว
เธอก็รู้ความจริงว่าเขาคือสิบแปดมงกุฎผู้หลอกเงินจากเธอเท่านั้นเอง

                หลังจากผิดหวังรักจากเอก  โรสคิดเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่  ด้วยการตัด
ผมใหม่  ที่ร้านทำผมชื่อดังแห่งนี้  คือที่ๆเธอได้พบกับโทนี่  ช่างทำผมหนุ่มสุดหล่อ 
มาดเท่  เขาเองก็ตกหลุมรักเธอเช่นกัน

                โทนี่ตัดสินใจไม่เข้าร่วมงานแฟชั่นที่ฝรั่งเศสเพื่ออยู่กับโรส  เธอมีความสุข
มากและคิดว่าเขาคือเนื้อคู่ที่เธอตามหามานานแล้ว  แต่แล้วโรสก็ต้องตัดใจให้โทนี่
ไปฝรั่งเศสเมื่อช่างทำผมมือสองของร้านเข้ามาพูดทำนองว่าเธอตัดโอกาสเขา  โทนี่
เผลอแสดงอาการเสียดายที่ไม่ได้ไปเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆที่ฝรั่งเศส  เธอจึงบอกให้เขา
ไป  และตลอดเวลานัทคอยเข้ามาทำให้เธอสับสน

                แม๊ค  หนุ่มพนักงานรุ่นน้องซึ่งแอบชอบโรสอยู่ทนไม่ไหว  เลยจู่โจมด้วย
การขอโรสแต่งงาน  โรสที่เหลือเวลาอีกแค่สามเดือนจะถึงวันเกิดแล้วรีบตอบตกลง
ทันที  ทั้งคู่จึงไปพบกับพ่อและแม่ของแต่ละฝ่าย  งานแต่งงานถูกกำหนดขึ้นก่อน
วันเกิดของโรสไม่กี่สัปดาห์  นัทตัดสินใจย้ายไปสาขาอื่น  แต่แล้วโรสก็พบว่าพ่อและ
แม่ของแม๊คไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้  เพราะเธออายุมากกว่าแม๊คหลายปีและ
เข้าใจว่าโรสต้องการจับลูกชายของตัวเอง

                โรสตัดสินใจขอย้ายแผนกอีกครั้งไปอยู่สาขาอื่นและบอกยกเลิกงานแต่งงาน
ของเธอและแม๊ค  ซึ่งงานนี้ชายหนุ่มก็เข้าใจและรู้ดีว่าแท้จริงแล้วเธอยังมีใจให้กับนัท
แฟนเก่าโรสกลับรู้สึกโล่งใจที่งานแต่งงานถูกยกเลิก  ทั้งๆที่จะถึงเส้นตายในอีกไม่กี่
วันข้างหน้า

ที่แผนกใหม่  โรสได้เจอกับนัทอีกครั้งโดยมีเจ้เจนหัวหน้าคนเก่าจัดการให้ทั้ง
สองคนได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง  เพราะรู้ใจของลูกน้องตัวเองดี  ทั้งสองคนเลยตัดสิน
ใจแต่งงานกัน  นัทรู้สึกแปลกใจว่าในเมื่อเลยกำหนดแล้วทำไมเธอถึงได้มาเจอเขาและ
ได้แต่งงานกัน  จึงกลับไปหาหมอดูสาวอีกครั้ง

                หมอดูสาวเห็นนัทจึงบอกกับโรสว่าชายหนุ่มคือเนื้อคู่ตุนาหงันของเธอตัวจริง 
และตอบคำถามของโรสว่า  เธอทำนายไว้ว่าหากภายในอายุสามสิบปีแล้วยังไม่ได้แต่ง
งานเธอจะขึ้นคาน  แต่เธอเพิ่งจะอายุสามสิบเต็มไปไม่กี่วันนี้เอง  ทำให้โรสรู้ตัวว่าเธอ
เข้าใจคำนายผิดไปตั้งแต่ต้น  แล้วงานแต่งงานของโรสและนัทก็ถูกจัดขึ้นอย่างโรแมน
ติคท่ามกลางเพื่อนฝูงทั้งหลายที่มาเป็นสักขีพยาน


///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


[เรื่องย่อ] เกิดมา..แค่ได้รักเธอ

“เกิดมา...แค่ได้รักเธอ” 

                หนุ่มช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ผู้มีรูปร่าง  อ้วน  ดำ  ผมฟู  ดูสกปรก  และแทบจะหาอะไรดี
ในตัวเองไม่ได้เลย  แต่จริงๆแล้วเป็นคนที่มีจิตใจดี  ตลกโปกฮา  เป็นที่รักของเพื่อนฝูง  แล้ว
กามเทพก็เล่นตลก  ให้เขาไปหลงรักลูกค้าสาวสวย  หุ่นดีราวกับนางแบบ  แต่เธอดันไปมีใจ
ให้สาวหล่อเพื่อนซี้ของเขาเอง  ชายหนุ่มจึงต้องฝืนใจตัวเองช่วยเธอเอาชนะใจสาวหล่อเพื่อน
ตัวเอง  และคอยปลอบใจเมื่อเธอถูกปฏิเสธ  ในที่สุดความดีก็ชนะใจเธอ  เมื่อหญิงสาวพบว่า
เขาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเธอที่ขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว

เรื่องย่อ
                ฟูฟู  หนุ่มช่างซ่อมอินเตอร์เน็ต  ผู้มีรูปร่างอ้วน  ดำ  ผมหยิกฟูแบบทรงแอฟโฟร 
ดูสกปรกในสายตาของคนทั่วๆไป  มีดีแค่ฝีมือขั้นเทพ  นอกนั้นหาอะไรดีในตัวไม่ได้เลย
สักอย่าง

                กิจวัตรประจำวันคือ  เช้าทำงาน  เที่ยงกินข้าว  บ่ายทำงาน  ตกเย็นตั้งวงก๊งเหล้า
กับเหล่าเพื่อนๆในก๊วนแอฟโฟร  จนเป็นที่ระอาของเพื่อนบ้าน

                สมาชิกของกลุ่มคือ  ป๊อด  หนุ่มตี๋หน้าจืด  ผู้มีผมทรงแอฟโฟรเป็นเอกลักษณ์
ประจำกลุ่มและ  ซิมส์  สาวหล่อ  หน้าหวาน  ผู้ไม่ได้มีทรงผมหยิกฟูเพียงคนเดียว 
เธอให้เหตุผลว่า  “ดูสกปรก”  ก็เลยขอผ่านไม่ไว้ผมทรงนี้  ทั้งสามคนโตและเรียนด้วย
กันมาตั้งแต่วัยเด็ก 
                ชีวิตของฟูฟูดำเนินไปอย่างเรื่อยๆไม่หวือหวาตามกิจวัตรประจำวัน  แต่แล้ว
วันหนึ่งกามเทพก็เล่นตลก  เมื่อหนุ่มโสดขี้เหงาหน้าตาขี้ริ้วเกิดตกหลุมรักพนักงาน
ใหม่คนหนึ่งซึ่ง  สวย  และ  หุ่นดีราวนางแบบ

                ฝ้าย  สาวออฟฟิศชีวิตเรียบง่าย  ตื่นเช้ามาก็ทำงานตามที่เจ้านายมอบหมาย 
ตกเย็นก็กลับบ้านอาบน้ำนอนฟังเพลง  อ่านนิยายเพ้อฝันไปวันๆ  จนเธอได้มาเจอฟูฟู 
และ  ก๊วนแอฟโฟร  ชีวิตเธอก็ต้องเปลี่ยนไป

                คอมพิวเตอร์ที่แผนกของฝ้ายเกิดเสีย  เธอมีหน้าที่ตามช่างมาตรวจแก้  และ
ป็นครั้งแรกที่เธอได้เจอกับฟูฟูและเพื่อนๆ  ฟูฟูตกหลุมรักสาวสวยคนนี้ทันที  หลัง
จากซ่อมคอมพิวเตอร์เสร็จ  ฟูฟูก็เฝ้าภาวนาขอให้ได้พบเธออีกครั้ง  แต่ก็ไม่มีหวัง

                กิจวัตรของฟูฟูจึงมีการแวะไปแอบดูฝ้ายก่อนและหลังเริ่มงาน  จนเพื่อนๆ
พากันสงสัยในกิจวัตรประหลาดที่เพิ่มเข้ามีในชีวิตเพื่อน

                เหมือนฟ้าเป็นใจ  คอมพิวเตอร์ที่แผนกของฝ้ายใช้งานไม่ได้  แต่ครั้งนี้เธอ
ต้องรีบส่งใบสั่งสินค้าล็อตใหญ่  ซึ่งถ้าส่งไม่ทันบริษัทจะเสียหายอย่างมาก  และอาจ
หมายถึงอนาคตด้านการทำงานของเธอด้วย

                ฟูฟู  แอนด์  เดอะ  ก๊วน  เข้าไปแก้ไขให้คอมพิวเตอร์ใช้งานได้ทันเวลาแบบ
ฉิวเฉียด  เพื่อเป็นการตอบแทน  ฝ้ายจึงชวนฟูฟู  และ  ก๊วนไปเลี้ยงอาหารอีสานร้าน
เด็ดเป็นการขอบคุณ

                ฟูฟูเผลอหลุดความลับให้ป๊อดและซิมส์รู้ว่าแอบชอบฝ้าย  เพื่อนทั้งสองจึง
เอาใจช่วยด้วยการสร้างสถานการณ์ต่างๆเพื่อให้หนุ่มสาวเคลิ้ม

                แต่แล้วฟูฟูก็ต้องหัวใจสลาย  เพราะฝ้ายสารภาพว่าชอบซิมส์สาวหล่อเพื่อน
ซี้ของเขา  ซิมส์เองก็ถึงเหวอไปเลยเมื่อรู้ว่า  สาวที่เพื่อนหมายปองแอบชอบตัวเอง 
ซิมส์ปฏิเสธฝ้ายอย่างนุ่มนวลว่าตัวเองมีเจ้าของหัวใจแล้ว  ฝ้ายเสียใจอย่างมาก
ฟูฟูเลยต้องช่วยปลอบใจทั้งที่ตัวเองก็เจ็บแทบแย่

                ฟูฟูผู้ยึดมั่นในคติที่ว่า ขอแค่ได้รักเธอ  จึงยอมเป็นเพื่อนกับฝ้ายตามคำ
ขอร้องของหญิงสาว  ฝ้ายเลยพาฟูฟูไปโมดิฟายตัวเองใหม่  ทั้งเสื้อผ้า  หน้า  นิสัย 
ยกเว้นเพียงทรงผมที่ฟูฟูบอกว่าไม่อยากเปลี่ยนเพราะไม่มีทรงไหนเข้ากับหน้า
ตัวเองเท่าทรงนี้แล้ว

                หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ตัวติดกัน  ที่ไหนมีฝ้ายที่นั่นมีฟูฟู  เลิกงานก็ไป
เดินเล่น  กินข้าว  ดูหนัง  เที่ยวสวนสนุก  ไปไหนไปด้วยกัน

ปอนด์  แฟนสาวของซิมส์ถูกทางบ้านบังคับให้แต่งงานกับลูกของเพื่อนพ่อ 
ซิมส์อกหักมีชาวแอฟโฟรก๊วนและฝ้ายคอยปลอบใจ  ฝ้ายแอบหวังเล็กๆว่าสักวัน
ซิมส์จะหันมาชอบเธอบ้างเธอจึงขอแค่ได้รักซิมส์ฝ่ายเดียวก็พอ

                ป๊อด  แอบชอบซิมส์มาตั้งแต่สมัยเด็กๆ  และผิดหวังมาตลอดตั้งแต่ซิมส์
ประกาศตัวว่าชอบเพศเดียวกัน  ป๊อดจึงคอยเป็นห่วงเป็นใยและคอยดูและซิมส์
อยู่ห่าง ขอแค่ได้รักซิมส์เงียบๆคนเดียวเท่านั้น

                ฝ้ายชวนสองหนุ่มกับอีกหนึ่งสาวหล่อไปเลี้ยงวันเกิดที่ร้านอาหารอีสาน
ร้านประจำ  คราวนี้ซิมส์และป๊อดรวมหัวกันมอมเหล้าฟูฟู  แล้วก็ได้ผลเมื่อฟูฟูเผลอ
สารภาพความในใจกับฝ้าย  หญิงสาวตกใจจนพูดไม่ออก

                ฟูฟู  ผิดหวังในความรักจึงหนีไปเปิดร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ที่บ้านเกิด  และ
ทำงานอย่างคนล่องลอย  บ้างานทำงานไม่สนใจคนรอบข้าง  ตกเย็นก็ตั้งวงเหมือน
เคยกินเหล้าเมาเพื่อให้ลืมเธอ

                ด้านฝ้าย  หลังจากไม่มีฟูฟูแล้วชีวิตเธอก็กลับมาจืดชืดไม่มีสีสัน  เธออด
คิดถึงคืนวันเก่าๆที่มีฟูฟูไปไหนไปด้วย  คอยเอาอกเอาใจ  คอยปลอบใจยามเธอ
อกหักจากซิมส์  ครั้งแล้วครั้งเล่า  แต่ชายหนุ่มก็ยังคงอยู่เคียงข้างเธอไม่เคยหนีไป
ไหน  จวบจนวันที่บอกรักเธอสายตาของชายหนุ่มก็ยังคงเต็มไปด้วยความรักที่มีต่อ
เธอ  แม้ที่ผ่านมาเธอจะทำร้ายฟูฟูด้วยการบอกชอบซิมส์ตลอดเวลา  ฟูฟูก็ยังคอยช่ว
เธอแต่ชีวิตของเธอตอนนี้มันผิดไปจากเดิม  เธอรู้ใจตัวเองแล้ว
                ฝ้ายตัดสินใจตามไปหาฟูฟูที่บ้านเกิดของชายหนุ่ม  โดยมีกามเทพป๊อดและ
กามเทพซิมส์คอยให้ความช่วยเหลือ  แล้วเมื่อเจอกับฟูฟูหญิงสาวก็บอกความในใจ 
หัวใจอันเหี่ยวเฉาของฟูฟูกลับพองโตและกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง  เมื่อความดีในตัว
ของชายหนุ่มที่ใครหลายๆคนเลือกที่จะมองข้ามไปเพียงเพราะมองแค่รูปร่างหน้าตา
ที่อ้วน  ดำ  และดูสกปรกของฟูฟู  สามารถเอาชนะใจสาวงามที่ตนหมายปองได้..........


////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

[เรื่องย่อ] ดนตรี..ความรัก..คำสัญญา

ดนตรี ความรัก คำสัญญา
เรื่องย่อ
                อัส คีตาภา ปิ๊งรักรุ่นพี่ ดอม ดุริยางค์ มาตั้งแต่เธอเรียนอยู่มัธยมต้น โรงเรียนแห่งนี้
มีกฏว่าหากใครอยู่ชมรมไหนจะต้องอยู่ชมรมนั้นไปจนกว่าจะเรียนจบชั้นมัธยมต้น หรือมัธยม
ปลาย อัส ซึ่งอยู่ชมรมดนตรีไทย จึงหมายมั่นปั่นมือว่าเธอจะต้องสมัครเข้าเป็นสมาชิกชมรม
ดนตรีสากลที่ดอมอยู่ให้ได้ แต่แล้วโชคชะตากลับเล่นตลก ทำให้อัสต้องอยู่ชมรมดนตรีไทย
ต่อไป

                แล้วบุพเพก็อาละวาดจนได้ เมื่อสมาชิกชมรมดนตรีสากลต้องเข้าค่ายเก็บตัวเพื่อเตรียม
แข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย และสมาชิกชมรมดนตรีไทยจะเข้ามาเสริมทัพในการแข่งขันครั้งนี้
ทำให้อัสและดอมได้เจอกันบ่อยขึ้น และด้วยแรงยุจากเพื่อนสนิทในกลุ่ม อัสทำขนมและเอาไป
ให้ดอมเสมอจนทั้งคู่สนิทกันมากขึ้น

                วันเวลาผ่านไป อาม ลูกชายเพื่อนคุณแม่ของอัสเข้ามาสนิทสนมด้วย ทำให้เกิดความ
เข้าใจผิดระหว่างดอมและอัส ความห่างเหินเริ่มเข้ามาครอบงำทั้งสองคน

                ใกล้ถึงวันแข่งขันเข้าไปทุกที เดียร์ ดาวโรงเรียนและเป็นนักร้องประจำวงดนตรีเกิด
อุบัติเหตุขึ้นทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ ทุกคนจึงต้องมองหานักร้องคนใหม่มา
แทน จินนี่เสนอชื่ออัส ซึ่งทุกคนก็เห็นดีด้วยอัสจึงต้องเริ่มซ้อมร้องเพลงและเล่นดนตรีไป
ด้วย ดนตรีทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างอัสและดอมค่อยๆดีขึ้น

                เมื่อถึงวันแข่งขัน อัส สะกดคนที่มาชมการแข่งด้วยเพลง คำมั่นสัญญา ที่สมาชิก
ชมรมดนตรีไทยและชมรมดนตรีสากลร่วมกันบรรเลงดนตรีประกอบ และทีมของโรงเรียน
ก็ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศจากการแข่งขันครั้งนี้ด้วย

                วันและเวลาผ่านไป นักเรียนชั้นมัธยมหก กำลังจะจบการศึกษา อัสตัดสินใจจะ
สารภาพรักในคืนวันงานปัจฉิมนิเทศ ซึ่งปีนี้โรงเรียนจัดยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ เพื่อฉลองโอกาส
ที่โรงเรียนมีอายุครบหกสิบปี และเป็นการฉลองให้กับชัยชนะของสมาชิกชมรมดนตรีไทย
และชมรมดนตรีสากลที่ได้แชมป์ระดับประเทศ

                ดอม เซอร์ไพรส์ทุกคนด้วยการร้องเพลง คำมั่นสัญญา ก่อนจะส่งสายตามีความ
หมายให้ใครคนหนึ่งหลังจากร้องเพลงจบ ดอม ไปนั่งเล่นรอใครบางคนที่โต๊ะม้าหินใต้ต้นหู
กวางที่ใช้ซ้อมดนตรีประจำ

                อัสตามออกมา ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ดอม ขอเธอเต้นรำ ซึ่งในงานดนตรีเริ่ม
บรรเลงเพลง ขอให้เหมือนเดิม ของครูเอื้อ สุนทรสนาน ขึ้นมาพอดี ทั้งสองคนเต้นรำเคียง
คู่กันใต้แสงจันทร์ เมื่อเพลงจบ อัส ตัดสินใจสารภาพความในใจ ดอม มีท่าทีตกใจ แต่ยังไม่ทัน
จะได้พูดอะไร เดียร์ ก็เข้ามาลากตัวดอมออกไปเสียก่อนทำให้อัสเข้าใจว่า ทั้งสองคนกำลังคบ
หาดูใจกันอยู่ เธอจึงได้แต่นั่งเศร้าคนเดียวใต้ต้นหูกวางจนงานเลิก

                หลังงานเลี้ยงเลิก ทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน ดาด้านำกล่องของขวัญปริศนา
เข้ามาให้อัสโดยบอกว่ามีคนนำมาฝากให้เธอ แต่ไม่ยอมบอกว่า ใครเป็นคนฝากมาให้ อัสนำ
กล่องของขวัญกลับไปเปิดที่บ้าน

                เมื่อเปิดกล่องของขวัญออกเธอก็พบว่าในกล่องมี ไดอารี่เล่มเล็ก และ เครื่องเล่นเทป
พร้อมม้วนเทปในเครื่องอยู่ข้างใน อัส ตัดสินใจเปิดเทปฟัง เป็นเสียงของเธอที่ร้องเพลง
คำมั่นสัญญาในวันที่แข่งขันวงดนตรีและมีเสียงอันคุ้นหูพูดแทรกเข้ามาว่า ผมหลงรัก
เจ้าของเสียงร้องนี้เข้าเต็มเปาแล้วครับ เมื่อเพลงจบลง เทปก็เงียบไปครูหนึ่ง ก่อนจะมีเสียง
ดังอื้ออึง ตามด้วยเสียงเพลง คำมั่นสัญญา ซึ่งเธอจำได้ดีเลยว่าเป็นเสียงร้องของ ดอม ที่ร้อง
นงานเมื่อตอนหัวค่ำ ก่อนที่เทปจะเงียบก็มีเสียงของดอมพูดว่า ไม่ว่านานแค่ไหน พี่สัญญา
ว่าจะรักอัสตลอดไป

อัสเปิดไดอารี่อ่าน ก็พบลายมือคุ้นตาและข้อความมากมายที่เขียนถึงเธอ ใครบางคนที่
เธอเฝ้ามองก็กำลังมองมาที่เธอเช่นกัน ในบันทึกหน้าสุดท้ายบอกไว้ว่าเจ้าของสมุดต้องไปเรียน
ต่อต่างประเทศ ทิ้งไว้เพียงที่อีเมล์แอดเดรสให้ติดต่อกัน แต่จะมีความหมายอะไร ในเมื่อเขามี
คนดูแลหัวใจแล้ว

                อัส น้ำตาไหล นึกโกรธตัวเองที่ไม่กล้าพอที่จะรั้งคนที่ตัวเองรักเอาไว้ แต่เธอก็ไม่
สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว จึงต้องปล่อยให้สิ่งต่างๆดำเนินต่อไปข้าง
หน้า

                สิบสามปีผ่านไป คีตาภา ในวัยยี่สิบแปดปี กำลังทำความสะอาดเครื่องดนตรีต่างๆ หลัง
จากเรียนจบมัธยมปลายเธอก็เข้าศึกษาต่อด้านการดนตรีจนจบปริญญาโทด้านดนตรีศึกษา
และเปิดโรงเรียนสอนดนตรีไทยร่วมกับเพื่อนสาวอีกสองคนที่บ้านของเธอเอง แม่ของเธอมี
แขกมาเยือน พร้อมนำการ์ดแต่งงานของลูกชายมาให้ คุณแม่ซึ่งสุขภาพไม่ค่อยดีจึงมอบหมาย
ให้ อัส และ เพื่อนๆไปร่วมงานแทน

                ในงานแต่งงาน คีตาภา ต้องพบกับความประหลาดใจ เมื่อเจ้าบ่าวคือ พี่เอก เพื่อนสนิท
ของพี่ดอมและเจ้าสาวก็คือ พี่เดียร์ อดีตดาวโรงเรียน ผู้หญิงที่เธอคิดมาตลอดว่าเป็นแฟนของ
พี่ดอม ในงานอัสแอบหวังว่าจะได้พบกับพี่ดอมอีกครั้ง แต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อเธอไม่เห็นชายหนุ่ม
แม้แต่เงา เพื่อนๆต่างพากันบอกว่าติดต่อดอมไม่ได้มาหลายปีแล้ว

                หลังจากเสร็จพิธีการต่างๆ เจ้าบ่าวและเจ้าสาวขึ้นกล่าวขอบคุณแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน
เสร็จก็เปิดโอกาสให้แขกในงานได้ร่วมสนุกด้วยการเต้นรำ ยิ่งตอกย้ำให้เธอเหงาใจขึ้นไปอีก
เพราะเพื่อนๆมีรุ่นพี่มาขอเต้นรำด้วย เมื่อดนตรีใกล้จบเพลงแรก ก็มีชายหนุ่มเดินเข้ามาขอเธอ
เต้นรำ หัวใจของเธอเริ่มมีความหวัง เมื่อเงยหน้าขึ้นพบหนุ่มหน้าตี๋ที่เธอคิดถึงมาตลอด ยื่น
มือมาตรงหน้า รอยยิ้มผุดขึ้นที่ใบหน้าของเธอ

                ดนตรีเริ่มบรรเลงเพลง คำมั่นสัญญา เธอและพี่ดอมเต้นรำเคียงคู่กันก่อนจะออก
ไปปรับความเข้าใจกันที่บริเวณสระว่ายน้ำของโรงแรม ดนตรีในงานยังคำเล่นเพลง
ขอให้เหมือนเดิม คลอไปด้วย

                หลังจากปรับความเข้าใจกัน ทั้งสองคนก็กลับเข้ามาในงานเพื่อส่งตัวเจ้าบ่าวและ
เจ้าสาวเข้าห้องหอ ซึ่งแท้จริงแล้วทั้งหมดคือแผนการของเพื่อนๆที่ร่วมด้วยช่วยกันให้คน
ทั้งคู่ได้กลับมาพบเจอกันอีกครั้งในงานแต่งงานของเอกและเดียร์ เพื่อนๆพากันแซวที่ในที่
สุดความรักของดอมและอัสก็ลงตัวเสียที....


---------------------------------------------------------------------------

Monday, May 23, 2011

[บทนำ]อเล็กซานดร้า เจ้าหญิงแห่งรัตติกาล

My Name is Alexandra : อเล็กซานดร้า เจ้าหญิงแห่งรัตติกาล

บทนำ
                คฤหาสน์เก่าแก่ตั้งตระหง่านอยู่ฝั่งตรงข้ามพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ ไฟประดับถูก
แขวนขึ้นบนริมรั้วบ่งบอกให้ผู้ที่สัญจรผ่านไปมาได้ทราบว่า ณ คฤหาสน์แห่งนี้กำลังมีงานรื่นเริง
ดำเนินอยู่ และขบวนรถม้าของเหล่าขุนนางที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานในวันนี้จอดเรียงรายกัน
อยู่บนถนนที่กินอาณาบริเวณของคฤหาสน์ ยิ่งตอกย้ำให้ชัดเจนว่า งานในวันนี้เป็นงานสำคัญ
และยิ่งใหญ่ระดับหนึ่ง
                ทันทีที่รถม้าคันโตสีดำ ประดับด้วยทองคำรอบคันหยุดลงด้านหน้าทางเข้า
คฤหาสน์ บรรดาแขกเหรื่อในงานพากันให้ความสนใจ และจับจ้องมายังรถม้าคันที่เพิ่งหยุด
ลงด้วยความแปลกใจว่าขุนนางท่านใดกันที่เป็นเจ้าของรถม้าเทียบชั้น ดยุคคันนี้
                ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีดำ เสื้อตัวในเป็นเชิ้ตผ้าฝ้ายสีขาวด้านหน้าเป็นระบาย
ชั้น ลงจากรถม้าเป็นคนแรก ก่อนจะยื่นมือออกไปให้สตรีในชุดผ้าไหมสีมรกต ซึ่งมีผมสีแดง
จับเอาไว้เพื่อพยุงกายลงมาจากรถม้าได้อย่างสะดวก จากนั้นก็ยื่นมือออกไปให้สตรีซึ่งเยาว์
วัยกว่านางแรก เกาะกุมเพื่อก้าวลงจากรถแทน
                หญิงสาววัยแรกรุ่น ใบหน้าได้รูป ผมสีบรอนด์ ผิวสีขาวซีดกว่าคนทั่วไป เรียกได้
ว่า ทั้งสามคนมีสีผิวที่ซีดกว่าใครในอังกฤษ และทันทีที่เหล่าชายหนุ่มลูกของขุนนางที่เพิ่งแตก
เนื้อหนุ่มไม่นานได้ยลโฉมของหญิงสาว ต่างพากันจับกลุ่มและวิพากษ์วิจารณ์ถึงรูปโฉมของ
หญิงสาวแปลกหน้า
                หญิงสาวมาในชุดผ้าไหมสีแซฟไฟร์ระยิบระยับ ชุดทิ้งตัวแนบสัดส่วนของสาว
แรกรุ่นของเธอ เส้นผมสีบลอนด์เป็นประกายเงางามถูกรวบไว้ตรงกลางแล้วทิ้งตัวลงแนบ
แผ่นหลัง จมูกโด่งและ ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อได้รูป ชายหนุ่มต่างพากันลงความเห็นว่า
เธองามอย่างไร้ที่ติ
                พนักงานรับใช้ซึ่งแต่งกายด้วยชุดกำมะหยี่สีดำ ประดับด้วยไหมถักสีทอง เปิด
ประตูให้กับแขกพิเศษทั้งสาม พร้อมกับหัวหน้าพนักงานรับใช้ประกาศการมาถึงของ
บุคคลทั้งสาม
                ลอร์ดคาร์ลอส โลเปซ บารอนแห่งอูโก เลดี้เอเลน่า คริสติน่า โลเปซ บารอน
เนสแห่งอูโก และ เจ้าหญิงอเล็กซานเดรีย ซาเบียร์ กอนซาเลซ เจ้าหญิงแห่งสเปน
                สิ้นเสียงประกาศของหัวหน้าพนักงานรับใช้ บรรดาแขกเหรื่อในงานต่างพากัน
จับจ้องมายังแขกใหม่ทั้งสาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าหญิงในชุดผ้าไหมสีไพลินที่ขับสีผิว
ขาวของเธอให้เปล่งประกายงดงามในห้องที่ประดับไปด้วยโคมไฟระย้าจากคริสตัลชุดใหญ่
                พนักงานรับใช้เดินนำทั้งสามคนให้ไปพบกับเจ้าภาพของงาน ซึ่งยืนอยู่กับภรรยา
และลูกชายบริเวณห้องรับรอง
                ยัวร์เกรซ ลอร์ดโลเปซ และ ภรรยา พร้อมด้วยเจ้าหญิงอเล็กซานเดรียขอรับ
พนักงานรับใช้รายงานกับเจ้านายก่อนจะโค้งคำนับและเดินปลีกตัวออกไป
                ยินดีต้อนรับท่านบารอนและบารอนเนส ยินดีต้อนรับฝ่าบาทด้วยขอรับเจ้าหญิง
กระหม่อมชาร์ล เอลตัน อดัมส์ ดยุคแห่งดาร์ริงตัน และนี่แคทเธอรีน ไวส์ อดัมส์ ภรรยา
ของกระหม่อมขอรับ ชาร์ลแนะนำตัวเองและภรรยา
                ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ดยุค และ ดัชเชสแห่งดาร์ริงตัน เจ้าหญิงตอบด้วยท่าทางสุภาพ
และ น้ำเสียงที่นิ่งๆ แฝงไปด้วยพลังเป็นอย่างยิ่ง
                นี่ลูกชายของเราขอรับ เนธาน อดัมส์ มาควิสแห่งเชฟฟิลด์ ชาร์ลแนะนำลูกชาย
ที่ยืนอยู่ด้านหลังชายหนุ่มก้าวเข้ามาโค้งคำนับให้กับเจ้าหญิง
                ให้เกียรติกระหม่อมสักเพลงนะขอรับเจ้าหญิง ชายหนุ่มเอ่ย ก่อนจะยื่นมือออก
ไปเพื่อรอฝ่ายหญิงตอบตกลง
                ได้เลยค่ะ เจ้าหญิงยื่นมือออกไปวางบนมือของชายหนุ่ม ฉับพลันก็เกิดประกาย
ไฟแล่นไปทั่วร่างของคนทั้งสอง
                มาควิสแห่งเชฟฟิลด์ ผู้โด่งดังในแวดวงราชนิกุลของอังกฤษกำลังเต้นรำรอบ
ฟลอร์กับเจ้าหญิงแห่งสเปน ผู้ซึ่งเลื่องชื่อเรื่องของความงามที่ไร้ที่ติ แขกในงานต่างลงความ
เห็นร่วมกันว่า สองคนนี้เป็นคู่ที่เหมาะสมกันเป็นอย่างยิ่ง หากอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าจะมี
การประกาศหมั้นของทั้งคู่ ก็ไม่เป็นเรื่องน่าประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย
                ขอกระหม่อมถามคำถามได้หรือไม่ขอรับเจ้าหญิง ชายหนุ่มเอ่ยปากขณะที่ทั้ง
คู่กำลังร่ายรำด้วยท่วงทำนองเพลงวอลส์
                ได้สิ เรียกอเล็กซานเดรียก็ได้ เจ้าหญิงมันฟังขัดๆหู เจ้าหญิงเอ่ยปากอนุญาต
                เคยมีใครบอกกับท่านหรือยังว่าดวงตาสีมรกตของท่าน ช่างงดงามยิ่งนัก
                ท่านเป็นคนแรกค่ะลอร์ดเชฟฟิลด์ เจ้าหญิงหัวเราะออกมากเบาๆ ก่อนจะตอบ
คำถาม
                เรียกกระหม่อมว่า เนธานดีกว่า ชายหนุ่มตอบ ก่อนจะขยับกายบังคับทิศทางให้
ออกไปยังสวนหย่อมด้านนอกเพื่อต้องการความเป็นส่วนตัว
                ถ้าอย่างนั้น ชายใดที่ได้พบท่านแล้วไม่ได้บอกกับท่าน ชายผู้นั้นคงจะตาบอดเป็น
แน่แท้ เนธานบอกก่อนจะหยุดเต้นรำ แล้วพาเจ้าหญิงไปนั่งคุยตรงบ่อน้ำพุ
                ถ้าอย่างนั้น หากหญิงสาวคนใดได้พบท่านแล้วไม่ตกหลุมพรางวาจาท่าน หญิงผู้
นั้นคงจะมีหัวใจเป็นดุจน้ำแข็งเป็นแน่แท้ เจ้าหญิงตอบก่อนจะหลบสายตา
                ไม่หรอก กระหม่อมไม่สนใจสาวๆเหล่านั้นหรอก เพราะกระหม่อมรอคอยหญิง
งามผู้หนึ่งซึ่งชอบปรากฏตัวในความฝันของกระหม่อมแทบทุกคืน ชายหนุ่มพูดและมองสบ
ตาเจ้าหญิงอย่างมีความนัยบางอย่าง
                ท่านคงจะใช้วิธีนี้กับหญิงงามทั้งหลายเป็นแน่แท้ เจ้าหญิงมีสีหน้าขุ่นเคือง
                กระหม่อม ไม่เคยใช้วิธีแบบนี้กับหญิงใดมาก่อน ตามที่ได้บอกไปก่อนหน้านี้ว่า
กระหม่อมรอคอยเพียงหญิงสาวในฝันแต่เพียงผู้เดียว ชายหนุ่มตอบก่อนจะคุกเข่าลงตรง
หน้าเจ้าหญิง
                และเธอผู้นั้นก็นั่งอยู่ตรงหน้ากระหม่อมนี่แล้ว เจ้าหญิงอเล็กซานเดรีย กระ
หม่อมตกหลุมรักพระองค์เข้าแล้วสิ ชายหนุ่มนัยน์ตาสีน้ำทะเลมองหน้าเจ้าหญิงที่กำลัง
เขินอาย
                เสียงดนตรีด้านในบรรเลงเพลงขึ้นอีกครั้ง เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าการเต้นรำ
ได้เริ่มขึ้นอีกรอบ มาควิสหนุ่มยื่นมือออกไปเป็นการสื่อว่า เต้นรำกันต่อดีกว่า เจ้าหญิงก็
ไม่ทรงปฏิเสธ ยื่นมือออกไปแทนคำตกลง
                สองหนุ่มสาวเต้นรำภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องร่างของทั้งสองในสวนหย่อม
ของตัวคฤหาสน์ ปลีกตัวออกจากเหล่าบรรดาราชนิกุลที่มารวมตัวกัน

                หม่อมฉันต้องขอประทานอภัยที่ขัดจังหวะ แต่ลอร์ดคาร์ลอส มีเรื่องจะคุย
กับพระองค์ เลดี้เอเลน่าเข้ามาขัดจังหวะการเต้นรำของคนทั้งคู่
                กระหม่อมจะรออยู่ตรงนี้นะเจ้าหญิง เนธานเอ่ยขึ้นหลังจากเห็นสายตาของ
เจ้าหญิงที่ตั้งคำถามว่าแล้วเขาจะตามไปด้วยหรือไม่
                งั้น เดี๋ยวเรามา เจ้าหญิงยิ้มให้ก่อนจะเดินตามเอเลน่าออกไปยังอีกฝั่งของ
สวน ซึ่งคาร์ลอสยืนรออยู่
                มีอะไรหรือท่านคาร์ลอส เจ้าหญิงถามด้วยความแปลกใจ
                ได้ยินว่าฝ่าบาทจะจัดการคืนนี้เลยขอรับ คาร์ลอสรายงานเรื่องการดำเนิน
การอะไรบางอย่าง
                งั้นเราควรจะรีบกลับวังสินะ เจ้าหญิงถามคนสนิทด้วยน้ำเสียงอาวรณ์
                ขอรับ เพราะพวกที่ถูกส่งมาอาจไม่รู้จักท่าน อาจเผลอทำร้ายท่านได้ คาร์
ลอสตอบ
                อืม งั้นท่านไปรอที่รถม้า ข้าจะไปบอกลาท่านมาควิส เจ้าหญิงรับคำก่อน
จะเดินกลับไปหาเนธาน
                เนธาน พอดีข้าถูกเรียกให้กลับวังเพราะมีเรื่องด่วน เจ้าหญิงมีสีหน้าเศร้า
เมื่อนึกถึงเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นที่เมืองแห่งนี้
                เราจะได้พบกันอีกแน่นอน กระหม่อมให้สัญญา เนธานพูด ก่อนจะขยับ
เข้ามาใกล้ๆเจ้าหญิง
                นี่เป็นแหวนที่ท่านแม่มอบให้ กระหม่อมขอฝากให้เจ้าหญิงช่วยดูแลมัน
เพื่อเป็นการยืนยันว่ากระหม่อมจะไปพบเจ้าหญิงอีกครั้งให้ได้ เนธานถอดแหวน
เพชรล้อมแซฟไฟร์ที่ตัวเรือนทำจากทองคำขาวสวมให้แก่เจ้าหญิงที่นิ้วนางข้างขวา
                แต่เราเพิ่งพบกันครั้งแรก เจ้าหญิงแย้งขณะที่ชายหนุ่มบรรจงจูบที่หลัง
มือหลังจากสวมแหวนเสร็จ
                เจ้าหญิงคือหญิงงามคนเดียวที่กระหม่อมจะรัก อย่าได้ทรงพูดแบบนั้น
อีก กระหม่อมขออภัยนะเจ้าหญิง เนธานเอานิ้วแตะปากเป็นเชิงให้เจ้าหญิงหยุด
พูด ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจของคนทั้งสองกลายเป็นลมหาย
ใจเดียวกัน
                เนธานค่อยๆบรรจงจุมพิตเจ้าหญิงอเล็กซานเดรียด้วยความนุ่มนวล
และยาวนาน เป็นจุมพิตที่หอมหวานภายใต้แสงจันทร์ที่เป็นสักขีพยานว่าบัดนี้ทั้ง
คนได้หมั้นหมายกันแล้ว
                ขออภัยที่ต้องขัดจังหวะ แต่กระหม่อมขอตัวมาควิสแห่งเชฟฟิลด์
ก่อนพะยะค่ะเจ้าหญิง เสียงอันดุดันดังขึ้น ก่อนจะมีแรงกระชากตัวของเนธาน
ออกห่างจากตัวของเจ้าหญิง
                ดาบิด เจ้ามาได้อย่างไร เจ้าหญิงตกใจที่เห็นคนที่กระชากตัวเนธาน
คือคนสนิทของบิดาตัวเอง
                หม่อมฉันได้รับคำสั่งให้มาทำงาน เจ้าหญิงคงไม่ขัดขวางนะ
พะยะค่ะ ดาบิดโค้งคำนับเจ้าหญิง ก่อนจะควบคุมตัวเนธานที่กำลังตื่นตะลึงไว้
                อย่าให้เขาตายนะดาบิด เจ้าหญิงพูดกับดาบิดด้วยเสียงแผ่วเบาราว
กับเสียงกระซิบ แต่ความสามารถระดับดาบิดถือว่าดังพอที่จะได้ยินอย่างชัดเจน
                เขาคือคนที่ถูกเลือก เจ้าหญิงเสด็จกลับวังเถิด คาร์ลอสกับเอเลน่า
รอพระองค์อยู่
                ดาบิดพูดจบก็กระโจนพาร่างของเนธานที่ดิ้นขัดขืนหายเข้ายังป่ามืดด้าน
ตรงข้ามของสวนหย่อม

และนั่นคือครั้งแรก และครั้งสุดท้ายที่เราได้พบกัน เนธาน อดัมส์ มาควิสแห่งเชฟฟิลด์