My Name is Alexandra : อเล็กซานดร้า เจ้าหญิงแห่งรัตติกาล
บทนำ
คฤหาสน์เก่าแก่ตั้งตระหง่านอยู่ฝั่งตรงข้ามพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ ไฟประดับถูก
แขวนขึ้นบนริมรั้วบ่งบอกให้ผู้ที่สัญจรผ่านไปมาได้ทราบว่า ณ คฤหาสน์แห่งนี้กำลังมีงานรื่นเริง
ดำเนินอยู่ และขบวนรถม้าของเหล่าขุนนางที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานในวันนี้จอดเรียงรายกัน
อยู่บนถนนที่กินอาณาบริเวณของคฤหาสน์ ยิ่งตอกย้ำให้ชัดเจนว่า งานในวันนี้เป็นงานสำคัญ
และยิ่งใหญ่ระดับหนึ่ง
ทันทีที่รถม้าคันโตสีดำ ประดับด้วยทองคำรอบคันหยุดลงด้านหน้าทางเข้า
คฤหาสน์ บรรดาแขกเหรื่อในงานพากันให้ความสนใจ และจับจ้องมายังรถม้าคันที่เพิ่งหยุด
ลงด้วยความแปลกใจว่าขุนนางท่านใดกันที่เป็นเจ้าของรถม้าเทียบชั้น ‘ดยุค’ คันนี้
ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีดำ เสื้อตัวในเป็นเชิ้ตผ้าฝ้ายสีขาวด้านหน้าเป็นระบาย
ชั้น ลงจากรถม้าเป็นคนแรก ก่อนจะยื่นมือออกไปให้สตรีในชุดผ้าไหมสีมรกต ซึ่งมีผมสีแดง
จับเอาไว้เพื่อพยุงกายลงมาจากรถม้าได้อย่างสะดวก จากนั้นก็ยื่นมือออกไปให้สตรีซึ่งเยาว์
วัยกว่านางแรก เกาะกุมเพื่อก้าวลงจากรถแทน
หญิงสาววัยแรกรุ่น ใบหน้าได้รูป ผมสีบรอนด์ ผิวสีขาวซีดกว่าคนทั่วไป เรียกได้
ว่า ทั้งสามคนมีสีผิวที่ซีดกว่าใครในอังกฤษ และทันทีที่เหล่าชายหนุ่มลูกของขุนนางที่เพิ่งแตก
เนื้อหนุ่มไม่นานได้ยลโฉมของหญิงสาว ต่างพากันจับกลุ่มและวิพากษ์วิจารณ์ถึงรูปโฉมของ
หญิงสาวแปลกหน้า
หญิงสาวมาในชุดผ้าไหมสีแซฟไฟร์ระยิบระยับ ชุดทิ้งตัวแนบสัดส่วนของสาว
แรกรุ่นของเธอ เส้นผมสีบลอนด์เป็นประกายเงางามถูกรวบไว้ตรงกลางแล้วทิ้งตัวลงแนบ
แผ่นหลัง จมูกโด่งและ ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อได้รูป ชายหนุ่มต่างพากันลงความเห็นว่า
เธองามอย่างไร้ที่ติ
พนักงานรับใช้ซึ่งแต่งกายด้วยชุดกำมะหยี่สีดำ ประดับด้วยไหมถักสีทอง เปิด
ประตูให้กับแขกพิเศษทั้งสาม พร้อมกับหัวหน้าพนักงานรับใช้ประกาศการมาถึงของ
บุคคลทั้งสาม
“ลอร์ดคาร์ลอส โลเปซ บารอนแห่งอูโก เลดี้เอเลน่า คริสติน่า โลเปซ บารอน
เนสแห่งอูโก และ เจ้าหญิงอเล็กซานเดรีย ซาเบียร์ กอนซาเลซ เจ้าหญิงแห่งสเปน”
สิ้นเสียงประกาศของหัวหน้าพนักงานรับใช้ บรรดาแขกเหรื่อในงานต่างพากัน
จับจ้องมายังแขกใหม่ทั้งสาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าหญิงในชุดผ้าไหมสีไพลินที่ขับสีผิว
ขาวของเธอให้เปล่งประกายงดงามในห้องที่ประดับไปด้วยโคมไฟระย้าจากคริสตัลชุดใหญ่
พนักงานรับใช้เดินนำทั้งสามคนให้ไปพบกับเจ้าภาพของงาน ซึ่งยืนอยู่กับภรรยา
และลูกชายบริเวณห้องรับรอง
“ยัวร์เกรซ ลอร์ดโลเปซ และ ภรรยา พร้อมด้วยเจ้าหญิงอเล็กซานเดรียขอรับ”
พนักงานรับใช้รายงานกับเจ้านายก่อนจะโค้งคำนับและเดินปลีกตัวออกไป
“ยินดีต้อนรับท่านบารอนและบารอนเนส ยินดีต้อนรับฝ่าบาทด้วยขอรับเจ้าหญิง
กระหม่อมชาร์ล เอลตัน อดัมส์ ดยุคแห่งดาร์ริงตัน และนี่แคทเธอรีน ไวส์ อดัมส์ ภรรยา
ของกระหม่อมขอรับ” ชาร์ลแนะนำตัวเองและภรรยา
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ดยุค และ ดัชเชสแห่งดาร์ริงตัน” เจ้าหญิงตอบด้วยท่าทางสุภาพ
และ น้ำเสียงที่นิ่งๆ แฝงไปด้วยพลังเป็นอย่างยิ่ง
“นี่ลูกชายของเราขอรับ เนธาน อดัมส์ มาควิสแห่งเชฟฟิลด์” ชาร์ลแนะนำลูกชาย
ที่ยืนอยู่ด้านหลังชายหนุ่มก้าวเข้ามาโค้งคำนับให้กับเจ้าหญิง
“ให้เกียรติกระหม่อมสักเพลงนะขอรับเจ้าหญิง” ชายหนุ่มเอ่ย ก่อนจะยื่นมือออก
ไปเพื่อรอฝ่ายหญิงตอบตกลง
“ได้เลยค่ะ” เจ้าหญิงยื่นมือออกไปวางบนมือของชายหนุ่ม ฉับพลันก็เกิดประกาย
ไฟแล่นไปทั่วร่างของคนทั้งสอง
มาควิสแห่งเชฟฟิลด์ ผู้โด่งดังในแวดวงราชนิกุลของอังกฤษกำลังเต้นรำรอบ
ฟลอร์กับเจ้าหญิงแห่งสเปน ผู้ซึ่งเลื่องชื่อเรื่องของความงามที่ไร้ที่ติ แขกในงานต่างลงความ
เห็นร่วมกันว่า สองคนนี้เป็นคู่ที่เหมาะสมกันเป็นอย่างยิ่ง หากอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าจะมี
การประกาศหมั้นของทั้งคู่ ก็ไม่เป็นเรื่องน่าประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย
“ขอกระหม่อมถามคำถามได้หรือไม่ขอรับเจ้าหญิง” ชายหนุ่มเอ่ยปากขณะที่ทั้ง
คู่กำลังร่ายรำด้วยท่วงทำนองเพลงวอลส์
“ได้สิ เรียกอเล็กซานเดรียก็ได้ เจ้าหญิงมันฟังขัดๆหู” เจ้าหญิงเอ่ยปากอนุญาต
“เคยมีใครบอกกับท่านหรือยังว่าดวงตาสีมรกตของท่าน ช่างงดงามยิ่งนัก”
“ท่านเป็นคนแรกค่ะลอร์ดเชฟฟิลด์” เจ้าหญิงหัวเราะออกมากเบาๆ ก่อนจะตอบ
คำถาม
“เรียกกระหม่อมว่า เนธานดีกว่า” ชายหนุ่มตอบ ก่อนจะขยับกายบังคับทิศทางให้
ออกไปยังสวนหย่อมด้านนอกเพื่อต้องการความเป็นส่วนตัว
“ถ้าอย่างนั้น ชายใดที่ได้พบท่านแล้วไม่ได้บอกกับท่าน ชายผู้นั้นคงจะตาบอดเป็น
แน่แท้” เนธานบอกก่อนจะหยุดเต้นรำ แล้วพาเจ้าหญิงไปนั่งคุยตรงบ่อน้ำพุ
“ถ้าอย่างนั้น หากหญิงสาวคนใดได้พบท่านแล้วไม่ตกหลุมพรางวาจาท่าน หญิงผู้
นั้นคงจะมีหัวใจเป็นดุจน้ำแข็งเป็นแน่แท้” เจ้าหญิงตอบก่อนจะหลบสายตา
“ไม่หรอก กระหม่อมไม่สนใจสาวๆเหล่านั้นหรอก เพราะกระหม่อมรอคอยหญิง
งามผู้หนึ่งซึ่งชอบปรากฏตัวในความฝันของกระหม่อมแทบทุกคืน” ชายหนุ่มพูดและมองสบ
ตาเจ้าหญิงอย่างมีความนัยบางอย่าง
“ท่านคงจะใช้วิธีนี้กับหญิงงามทั้งหลายเป็นแน่แท้” เจ้าหญิงมีสีหน้าขุ่นเคือง
“กระหม่อม ไม่เคยใช้วิธีแบบนี้กับหญิงใดมาก่อน ตามที่ได้บอกไปก่อนหน้านี้ว่า
กระหม่อมรอคอยเพียงหญิงสาวในฝันแต่เพียงผู้เดียว” ชายหนุ่มตอบก่อนจะคุกเข่าลงตรง
หน้าเจ้าหญิง
“และเธอผู้นั้นก็นั่งอยู่ตรงหน้ากระหม่อมนี่แล้ว เจ้าหญิงอเล็กซานเดรีย กระ
หม่อมตกหลุมรักพระองค์เข้าแล้วสิ” ชายหนุ่มนัยน์ตาสีน้ำทะเลมองหน้าเจ้าหญิงที่กำลัง
เขินอาย
เสียงดนตรีด้านในบรรเลงเพลงขึ้นอีกครั้ง เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าการเต้นรำ
ได้เริ่มขึ้นอีกรอบ มาควิสหนุ่มยื่นมือออกไปเป็นการสื่อว่า เต้นรำกันต่อดีกว่า เจ้าหญิงก็
ไม่ทรงปฏิเสธ ยื่นมือออกไปแทนคำตกลง
สองหนุ่มสาวเต้นรำภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องร่างของทั้งสองในสวนหย่อม
ของตัวคฤหาสน์ ปลีกตัวออกจากเหล่าบรรดาราชนิกุลที่มารวมตัวกัน
“หม่อมฉันต้องขอประทานอภัยที่ขัดจังหวะ แต่ลอร์ดคาร์ลอส มีเรื่องจะคุย
กับพระองค์” เลดี้เอเลน่าเข้ามาขัดจังหวะการเต้นรำของคนทั้งคู่
“กระหม่อมจะรออยู่ตรงนี้นะเจ้าหญิง” เนธานเอ่ยขึ้นหลังจากเห็นสายตาของ
เจ้าหญิงที่ตั้งคำถามว่าแล้วเขาจะตามไปด้วยหรือไม่
“งั้น เดี๋ยวเรามา” เจ้าหญิงยิ้มให้ก่อนจะเดินตามเอเลน่าออกไปยังอีกฝั่งของ
สวน ซึ่งคาร์ลอสยืนรออยู่
“มีอะไรหรือท่านคาร์ลอส” เจ้าหญิงถามด้วยความแปลกใจ
“ได้ยินว่าฝ่าบาทจะจัดการคืนนี้เลยขอรับ” คาร์ลอสรายงานเรื่องการดำเนิน
การอะไรบางอย่าง
“งั้นเราควรจะรีบกลับวังสินะ” เจ้าหญิงถามคนสนิทด้วยน้ำเสียงอาวรณ์
“ขอรับ เพราะพวกที่ถูกส่งมาอาจไม่รู้จักท่าน อาจเผลอทำร้ายท่านได้” คาร์
ลอสตอบ
“อืม งั้นท่านไปรอที่รถม้า ข้าจะไปบอกลาท่านมาควิส” เจ้าหญิงรับคำก่อน
จะเดินกลับไปหาเนธาน
“เนธาน พอดีข้าถูกเรียกให้กลับวังเพราะมีเรื่องด่วน” เจ้าหญิงมีสีหน้าเศร้า
เมื่อนึกถึงเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นที่เมืองแห่งนี้
“เราจะได้พบกันอีกแน่นอน กระหม่อมให้สัญญา” เนธานพูด ก่อนจะขยับ
เข้ามาใกล้ๆเจ้าหญิง
“นี่เป็นแหวนที่ท่านแม่มอบให้ กระหม่อมขอฝากให้เจ้าหญิงช่วยดูแลมัน
เพื่อเป็นการยืนยันว่ากระหม่อมจะไปพบเจ้าหญิงอีกครั้งให้ได้” เนธานถอดแหวน
เพชรล้อมแซฟไฟร์ที่ตัวเรือนทำจากทองคำขาวสวมให้แก่เจ้าหญิงที่นิ้วนางข้างขวา
“แต่เราเพิ่งพบกันครั้งแรก” เจ้าหญิงแย้งขณะที่ชายหนุ่มบรรจงจูบที่หลัง
มือหลังจากสวมแหวนเสร็จ
“เจ้าหญิงคือหญิงงามคนเดียวที่กระหม่อมจะรัก อย่าได้ทรงพูดแบบนั้น
อีก กระหม่อมขออภัยนะเจ้าหญิง” เนธานเอานิ้วแตะปากเป็นเชิงให้เจ้าหญิงหยุด
พูด ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจของคนทั้งสองกลายเป็นลมหาย
ใจเดียวกัน
เนธานค่อยๆบรรจงจุมพิตเจ้าหญิงอเล็กซานเดรียด้วยความนุ่มนวล
และยาวนาน เป็นจุมพิตที่หอมหวานภายใต้แสงจันทร์ที่เป็นสักขีพยานว่าบัดนี้ทั้ง
คนได้หมั้นหมายกันแล้ว
“ขออภัยที่ต้องขัดจังหวะ แต่กระหม่อมขอตัวมาควิสแห่งเชฟฟิลด์
ก่อนพะยะค่ะเจ้าหญิง” เสียงอันดุดันดังขึ้น ก่อนจะมีแรงกระชากตัวของเนธาน
ออกห่างจากตัวของเจ้าหญิง
“ดาบิด เจ้ามาได้อย่างไร” เจ้าหญิงตกใจที่เห็นคนที่กระชากตัวเนธาน
คือคนสนิทของบิดาตัวเอง
“หม่อมฉันได้รับคำสั่งให้มาทำงาน เจ้าหญิงคงไม่ขัดขวางนะ
พะยะค่ะ” ดาบิดโค้งคำนับเจ้าหญิง ก่อนจะควบคุมตัวเนธานที่กำลังตื่นตะลึงไว้
“อย่าให้เขาตายนะดาบิด” เจ้าหญิงพูดกับดาบิดด้วยเสียงแผ่วเบาราว
กับเสียงกระซิบ แต่ความสามารถระดับดาบิดถือว่าดังพอที่จะได้ยินอย่างชัดเจน
“เขาคือคนที่ถูกเลือก เจ้าหญิงเสด็จกลับวังเถิด คาร์ลอสกับเอเลน่า
รอพระองค์อยู่”
ดาบิดพูดจบก็กระโจนพาร่างของเนธานที่ดิ้นขัดขืนหายเข้ายังป่ามืดด้าน
ตรงข้ามของสวนหย่อม
และนั่นคือครั้งแรก และครั้งสุดท้ายที่เราได้พบกัน เนธาน อดัมส์ มาควิสแห่งเชฟฟิลด์
No comments:
Post a Comment